รีวิวหนัง homestay ที่สุดแห่งความดราม่า

HOMESTAY Movie Thai

Homestay หนังไทยที่ได้สร้างกระแสในสังคมได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวนักแสดงน้ำอย่างน้องเฌอปราง สมาชิกวง BNK48 ที่ได้ก้าวเข้ามาแสดงบทบาทในผลงานภาพยนต์สยองขวัญเรื่องแรก ซึ่งก็ไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนคิด ถึงแม้ว่าจะมีบางฉากที่ยังไม่แสดงได้ไม่สุดก็ตาม ภาพยนต์เรื่อง Homestay เป็นเรื่องราวการกลับมาของวิญญาณที่เข้ามาสิงสู่ร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และภารกิจของเขาคือการสืบหาเรื่องราวของตนเอง รวมถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของร่างเดิมว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือฆาตกรรมกันแน่ โดยเขามีเวลาจำกัด หากไม่สามารถหาสาเหตุได้จะต้องตายและไม่ได้ไปเกิดใหม่อีกครั้ง

ผลงาน Homestay ได้รับการดัดแปลง หรือแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมญี่ปุ่น Colorful ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณเช่นเดียวกัน จากผลงานนักเขียนหญิงที่ใช้นามปากกาว่า Eto Mori เนื้อเรื่องนั้นจะเกือบเหมือนกันทุกอย่าง วิญญาณที่กลับมา ปัญหาที่ต้องเผชิญ การสืบสวนที่ยากลำบาก ทั้งหมดเป็นส่วนประกอบหลักที่นำมาใช้ดำเนินเรื่อง Homestay ในแบบฉบับของประเทศไทย โดยหนังสือนิยายเล่มนี้ขายดีเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ถึงกับได้รับรางวัลนิยายยอดนิยมของเด็กญี่ปุ่น แถมในประเทศเราก็มีฉบับแปลไทยวางขายด้วยนะ ยิ่งหนัง Homestay ออกฉายแล้วทำให้ยอดขายหนังสือขายดิบขายดีขึ้นไปอีก

อย่างที่รู้กันดีกว่าภายพนต์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากฝีมือหลายคนมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบทเป็น “มิน” เด็กที่ถูกวิญญาณสิง และเฌอปราง อารีย์กุล รับบทเป็น “พาย” รุ่นพี่ของมิน สู่ขวัญ บูลกุล รับบทเป็น “ฤดี จันทรเสน” แม่ของมิน ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ รับบทเป็น “เม่น” พี่ชายของมิน และพ่อของมิน ที่รับบทแสดงโดยวิโรจน์ ควันธรรม นอกจากนี้ยังมีนักแสดงรับเชิญอีกมากมายที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานในภาพยนต์เรื่องนี้ อย่างเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และนพชัย ชัยนาม ที่เป็นสองใน 8 ร่างของสิ่งที่เรียกว่า “ผู้คุ้มวิญญาณ” ที่สามารถสิงร่างใครก็ได้

ภาพยนต์เรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2561 โดยเป็นรอบสื่อมวลชนที่เปิดฉายให้เฉพาะกับผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น จากนั้น 1 วันต่อมาจึงได้เปิดรอบฉายจริงอย่างเป็นทางการ โดยหนังสามารถทำรายได้รวมทั้งประเทศเป็นจำนวนเงินกว่า 121 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้มีการติดต่อซื้อไปฉายในต่างประเทศอีกด้วย แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเองที่เป็นเจ้าของ Colorful ก็ได้นำภาพยนต์เรื่องนี้ไปฉายในบ้านตัวเองแล้วด้วย โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังไทยที่ประสบความสำเร็จเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่เข้าชนกับนาคี 2 ในตอนนั้น เราอาจเห็นยอดทะลุเป้า 200 ล้านบาทก็เป็นได้ใครจะรู้